UK ประเทศอังกฤษ

ระบบการศึกษาประเทศอังกฤษ

ประเทศอังกฤษ ถูกขนานนามว่าเป็นเมืองผู้ดี ซึ่งทำให้ประเทศนี้มีวัฒนธรรมและรูปแบบการดำเนินชีวิตที่ค่อนข้างจะมีวิถีแบบแผน และหนึ่งสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกคือ ชา เพราะประเทศอังกฤษจะมีวัฒนธรรมเรื่องการดื่มชาทุกวันที่เราเรียกว่า Tea Time นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงในเรื่องของงานศิลปะและสถาปัตยกรรมต่างๆ  ระบบการศึกษาที่มีอิทธิพลไปทั่วโลกอีกหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยเช่นกัน โดยมีการวางรากฐานมาเป็นร้อยปีเพื่อให้ระบบมีมาตราฐานดีที่สุด ซึ่งระบบการศึกษาของประเทศอังกฤษ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

.

ระดับประถมศึกษา (อายุ 5-11 ปี)

  • ระยะเวลา 6 ปี (ปีที่ 1-6)
  • ปีที่หนึ่งและปีที่สองเรียกว่า “infants”
  • ปีที่สามถึงปีที่หกเรียกว่า “juniors”
  • เนื้อหาการเรียนรู้จะเน้นการสำรวจมากกว่าการจดจำ สำหรับวิชาที่ต้องเรียนได้แก่ อังกฤษ เลข และวิทยาศาตร์ พร้อมทั้งความรู้ทั่วไป อย่าง ศิลปะ ดนตรี และพลศึกษา

ระดับมัธยมศึกษา (อายุ 12-16 ปี)

  • ระยะเวลา 5 ปี (ปีที่ 7- 11)
  • แต่ละชั้นปีจะเรียกว่า “Forms”
  • เมื่อจบการศึกษาในปีที่ 10 (4th Form) และ ในปีที่ 11 (5th Form) นักเรียนจะต้องทำการสอบจบ เพื่อให้ได้รับประกาศนียบัตร General Certificate of Secondary Education (GCSE) ซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นการทดสอบใน 9 – 10 วิชา

ระดับ A-Levels (Post-16 Education) (อายุ 16-17ปี)

  • ระยะเวลา 2 ปี (ปีที่ 12 และ 13)  ซึ่งโดยทั่วไปเรียกว่า “Sixth Form” ในปีแรกจะเรียกว่า “Lower Sixth” และในปีที่สองเรียกว่า “Upper Sixth”
  • นักเรียนจะต้องเลือกเรียนวิชาเฉพาะ 3-4 วิชา เพื่อใช้ในการเรียนต่อระดับอุดมศึกษา
  • สอบ A-Levels เมื่อจบ Sixth Form แล้วนำคะแนที่ได้เพื่อใช้ในการสมัครเข้ามหาวิทยาลัย ยิ่งมีคะแนนที่สูงมากเท่าไหร่ยิ่งมีโอกาศตอบรับมากเท่านั้น
  • นักเรียนสามารถที่จะศึกษา A-Levels ได้ในโรงเรียนมัธยมศึกษา, วิทยาลัยที่ให้การศึกษาในชั้นปีที่ 12-13 โดยเฉพาะ (Sixth Form College) หรือ วิทยาลัยที่ให้การศึกษาขั้นสูงอื่นๆ

ระดับปริญญาตรี (อายุ 18 ปีขึ้นไป)

  • ระยะเวลา 3-4 ปี โดยปกติจะใช้เวลาเรียนเพียง 3 ปี แต่สำหรับบางหลักสูตรที่ต้องมีการฝึกงานและปริญญาที่ได้รับ Honor ต้องใช้เวลาในการเรียน 4 ปี
  • ใช้คะแนนสอบ A-Level (หรือเทียบเท่า) นักศึกษาจะต้องเลือกหลักสูตรที่ต้องการศึกษาได้ 5 สาขา โดยการสมะครผ่าน University and College Admissions Service (UCAS) ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางของรัฐบาลที่มีหน้าที่ประสานความร่วมมือกับทุกมหาวิทยาลัย
  • หลักสูตรปริญญาตรีแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ศิลปศาสตร์บัณฑิต Bachelor of Arts (BA) และวิทยาศาสตร์บัณฑิต Bachelor of Science (BSc)
  • สำหรับนักเรียนต่างชาติที่มีการศึกษาต่ำว่า 13 ปี จะหลักสูตรวิชาพื้นฐาน (University Foundation Certificate) อีก 1 ปี ก่อนที่จะเข้ามหาวิทยาลัย

ระดับปริญญาโท (อายุ 21 ปีขึ้นไป)

  • ระยะเวลา 1 ปี
  • นักศึกษาจะต้องจบการศึกษาะดับปริญญาตรี พร้อมคะแนน IELTS เพื่อใช้ในการสมัครเข้าศึกษาต่อ
  • มีวันเปิดเรียนที่ชัดเจน
  • หลักสูตรระดับปริญญาโทที่เปิดสอนได้แก่ ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต (Master’s of Arts), วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต (Master’s of Science) และบริหารธุรกิจ (Master of Business Administration) ซึ่งอาจใช้เวลาเรียน 1-2 ปี
  • หลักสูตรระดับปริญญาโทที่เน้นการวิจัย ได้แก่ การวิจัย (Master of Research), ปรัชญา (Master of Philosophy)
  • นักศึกษาจะต้องเข้าเรียนและทำการสอบปลายภาค และทำวิทยานิพนธ์ เพื่อสำเร็จการศึกษา

การคึกษาระดับปริญญาเอก

  • ระยะเวลา 3-5 ปี
  • นักศึกษาจะต้องจบการศึกษาขั้นต่ำในระดับปริญญาตรีหรือปริญญาโท พร้อมคะแนน IELTS เพื่อใช้ในการสมัครเข้าศึกษาต่อ
  • โดยปกติไม่มีวันเปิดเรียนที่ชัดเจน เนื่องจากต้องรอทางอาจารย์มหาวิทยาลัยตอบรับเป็นที่ปรึกษาในส่วนของปริญญานิพนธ์ แต่ปัจจุบันก็มีโปรแกรมที่มีวันเปิดเรียนที่ชัดเจน เช่น Doctoral of Business Administration
  • นักศึกษาจะต้องทำโครงการวิจัย 1 โครงการ หรือปริญญานิพนธ์
  • คุณวุฒิที่ได้คือ ดุษฎีบัณฑิต (Phd, Dphil)

line
footer
ABSOLUTE TIX | Study Abroad & Travel Service